เมื่อเพื่อนหรือคนรู้จักเป็นมะเร็ง

เมื่อเพื่อนหรือคนรู้จักเป็นมะเร็ง

บุคคลที่ท่านรู้จักมีใครเป็นโรคมะเร็งหรือไม่ ท่านตกใจหรือไม่ เมื่อได้ยินหรือได้ฟังว่า
บุคคลที่รัก เพื่อนของท่าน หรือว่าบุคคลที่ท่านรู้จักเป็นโรคมะเร็ง เมื่อท่านได้รับรู้ข่าวร้าย
เช่นนี้ ท่านในฐานะผู้ที่เป็นเพื่อนสนิทหรือบุคคลใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคมะเร็ง สามารถเป็นที่พึ่ง
ที่ดีของเพื่อนได้

ผู้ป่วยหลายรายอาจสับสน ต้องการข้อมูลที่ถูกต้อง และต้องการกำลังใจในการสู้กับโรคมะเร็งร้าย
ส่วนข้อมูลเกี่ยวกับผลลัพธ์ของโรคมะเร็งควรสงวนไว้ให้แพทย์เป็นผู้บอก

ผู้ป่วยบางคนเมื่อทราบว่าตัวเองเป็นโรคมะเร็งแล้ว จะเกิดความกังวลในหลายด้าน อาจมีความรู้สึกหลายอย่างเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน เช่น กังวล ตึงเครียด ไม่ยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น

ท่านในฐานะที่เป็นเพื่อนหรือผู้ที่เป็นที่รักของผู้ป่วย สามารถเป็นผู้ที่อยู่เป็นเพื่อนหรือดูแลจิตใจในช่วงดังกล่าวได้เป็นอย่างดี ท่านสามารถช่วยให้บรรยากาศซึมเศร้าของผู้ป่วยและครอบครัวดีขึ้นได้ จะทำได้อย่างไรบ้าง ชวนมาเรียนรู้กัน

การดูแลทางจิตใจเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้การดูแลด้านกาย แน่นอนที่ผู้ป่วยจะมีความวิตกกังวล เครียด และเป็นทุกข์จากการเจ็บป่วยที่เป็นอยู่ ในฐานะของผู้ใกล้ชิดผู้ป่วย การให้กำลังใจจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จงทำให้เขารู้ว่าเขาไม่ได้เผชิญกับมันตามลำพัง และท่านพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างเขาทุกขั้นตอน

การรักษาโรคมะเร็งอาจจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ไม่กี่เดือน หรืออาจยืดเยื้อนานกว่านั้นได้เช่นกัน โดยเฉพาะในกรณีที่โรคอยู่ในระยะแพร่กระจาย ดังนั้นท่านเองต้องตระหนักว่า ตัวท่านเองต้องดูแลสุขภาพทั้งกายและจิตใจของตนเองเช่นกัน ท่านควรมีการพักผ่อนบ้าง โดยมีคนมาช่วยผลัดเปลี่ยนการดูแลผู้ป่วยเป็นครั้งคราว ซึ่งจะทำให้ท่านมีพลังกลับคืนมา พร้อมที่จะประคับประคองผู้ป่วยและครอบครัวให้มีความสุข และมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด

ผู้ป่วยหลายรายอาจสับสน ต้องการข้อมูลที่ถูกต้องและต้องการกำลังใจในการสู้กับโรคมะเร็งร้าย แต่ข้อมูลเกี่ยวกับผลลัพธ์ของโรคมะเร็งควรสงวนไว้ให้แพทย์เป็นผู้บอก

เริ่มต้นอย่างไรดี

โรคมะเร็งเป็นโรคที่มีผลต่อร่างกายและจิตใจของผู้ป่วยเป็นอย่างมาก ผู้ป่วยโรคมะเร็ง ส่วนมากเมื่อรู้ว่าตัวเองเป็นโรคมะเร็งแล้ว จะมีปฏิกิริยาเริ่มแรกคือความตกใจ ตามด้วยความไม่แน่ใจ และหวังว่าสิ่งเหล่านั้นอาจเป็นเพียงข้อผิดพลาดทางการแพทย์ ต่อมาจะมีความเศร้าเสียใจและสูญเสียกำลังใจ ผู้ป่วยหลายรายอาจสับสน ต้องการข้อมูลที่ถูกต้อง และต้องการกำลังใจในการสู้กับโรคมะเร็งร้าย ท่านในฐานะเพื่อนหรือผู้ร่วมงานสามารถที่จะช่วยเหลือทั้งสองประการได้

การศึกษาหาคามรู้เพิ่มเติม

ท่านอาจสามารถค้นหาข้อมูลความรู้ที่เปิดเผย และได้ข้อมูลที่ถูกต้องมากกว่าผู้ป่วย
และสมาชิกในครอบครัวของผู้ป่วย เนื่องจากต้องใช้เวลาในการดูแลรักษาโรคมะเร็ง ทั้งการ
พบแพทย์หลายสาขา การตรวจวินิจฉัยต่างๆ อย่างไรก็ดี ข้อมูลเกี่ยวกับโรคมะเร็งที่ค้นคว้า
ต้องตรวจสอบว่าเป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้ หลายครั้งผู้ป่วยมักได้รับข้อมูลว่า “เขาว่ากันว่า”
หรือ “เขาบอกกันว่า” ซึ่งอาจหมายถึงท่านบอกไปเพราะได้อ่านหนังสือแม็กกาซีนที่แปลมา
โดยมีที่มาไม่ชัดเจน เชื่อถือไม่ได้ หรือฟังจากผู้อื่นเล่าต่อๆ กันมา ข้อมูลเหล่านี้อาจทำให้
ผู้ป่วยเข้าใจผิดพลาด นอกจากนี้การบอกข้อมูล โดยเฉพาะเกี่ยวกับผลลัพธ์ของโรคมะเร็ง
แก่ผู้ป่วย ควรสงวนไว้ให้แพทย์เป็นผู้บอก ท่านควรให้กำลังใจเพื่อให้ผู้ป่วยมีความเข้มแข็ง
ที่จะต่อสู้กับโรค สนับสนุนให้ผู้ป่วยเข้ารับการตรวจรักษาแต่เนิ่นๆ หรือแนะนำให้พบแพทย์
ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ผู้ป่วยไม่เสียโอกาสที่จะรักษาให้หายขาด

ผู้ป่วยหลายรายอาจสับสน ต้องการข้อมูลที่ถูกต้องและต้องการกำลังใจในการสู้กับโรคมะเร็งร้าย แต่ข้อมูลเกี่ยวกับผลลัพธ์ของโรคมะเร็งควรสงวนไว้ให้แพทย์เป็นผู้บอก

ทำความเข้าใจ เรื่องพื้นฐานของมะเร็ง

วิธีพิชิตมะเร็ง

การรักษาโรคมะเร็ง ผู้ป่วยโดยมากมักมีความสับสนและขาดความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการ รักษาโรค บางครั้งผู้ป่วยอาจเจอกับคำถามทั้งต่อตนเองและคนรอบข้าง เช่น ทำไมเธอถึงผ่าตัดเต้านมอย่างเดียวไม่ได้ยาเคมีบำบัดหรือ ทำไมฉันถึงต้องให้ยาเคมีบำบัดก่อนที่จะผ่าตัด และหลังผ่าตัดยังต้องได้ยาเคมีบำบัดต่อ แล้วยังต้องได้รับการฉายรังสีรักษาด้วย เป็นต้น ดังนั้นการเข้าใจในหลักการรักษามะเร็งจึงมีความสำคัญมาก

หลังจากที่วินิจฉัยมะเร็ง (Diagnosis) แล้วต้องมีการตรวจเพิ่มเติม เพื่อทราบระยะของ การดำเนินโรค (Staging) เพื่อกำหนดเป้าหมายในการรักษาและวางแผนการรักษาต่อไป คนไข้ควรมีความเข้าใจในเป้าหมายของการรักษามะเร็ง เนื่องจากหากพบว่า ผู้ป่วยเป็นมะเร็งระยะแรก (Early Stage) หมายถึง มะเร็งอยู่เฉพาะที่ (Localized Disease) เป้าหมายการรักษาของมะเร็งระยะแรกเพื่อหายขาด แต่ในกรณีที่มะเร็งลุกลามมากไม่สามารถรักษาด้วยการผ่าตัด (Inoperable) ได้ หรือมีการแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นแล้ว (Advanced Stage) ส่วนใหญ่เป้าหมายของการรักษามะเร็งระยะลุกลาม จะเป็นการรักษา เพื่อควบคุม ยับยั้ง ลดจำนวนมะเร็ง ทำให้ผู้ป่วยสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างยืนยาวและมีคุณภาพชีวิตที่ดี

อย่างไรก็ดี ยังมีมะเร็งหลายชนิดที่รักษาหายขาดได้ ทั้งๆ ที่มะเร็งนั้นได้มีการแพร่กระจาย ไปยังอวัยวะต่างๆ แล้ว ซึ่งจะเห็นได้ว่าการวินิจฉัยมะเร็งที่ถูกต้องและการตรวจเพิ่มเติมอย่างเหมาะสม มีความสำคัญต่อผู้ป่วยเป็นอันมาก เพื่อให้การรักษาเป็นไปตามเป้าหมายจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยแพทย์หลายสาขา หรือสหสาขา (Multidisciplinary Approach) พิจารณาแนวทางการรักษาร่วมกัน ดังนั้นในการรักษาโรคมะเร็งจึงมีความแตกต่าง และความเหมาะสมในการรักษาแต่ละบุคคล อันเป็นประโยชน์สูงสุดต่อผู้ป่วย

ในกรณีที่มะเร็งลุกลามมาก ไม่สามารถรักษาด้วยการผ่าตัดได้ หรือมีการแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นแล้ว ส่วนใหญ่เป้าหมายของการรักษามะเร็งระยะลุกลาม จะเป็นการรักษาเพื่อควบคุม ยับยั้ง ลดจำนวนมะเร็ง ทำให้ผู้ป่วยสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างยืนยาวและมีคุณภาพชีวิตที่ดี

โรคมะเร็งเป็นโรคที่มีผลต่อร่างกายและจิตใจของผู้ป่วยเป็นอย่างมาก ผู้ป่วยโรคมะเร็ง ส่วนมากเมื่อรู้ว่าตัวเองเป็นโรคมะเร็งแล้ว จะมีปฏิกิริยาเริ่มแรกคือความตกใจ ตามด้วยความไม่แน่ใจ และหวังว่าสิ่งเหล่านั้นอาจเป็นเพียงข้อผิดพลาดทางการแพทย์ ต่อมาจะมีความเศร้าเสียใจและสูญเสียกำลังใจ ผู้ป่วยหลายรายอาจสับสน ต้องการข้อมูลที่ถูกต้อง และต้องการกำลังใจในการสู้กับโรคมะเร็งร้าย ท่านในฐานะเพื่อนหรือผู้ร่วมงานสามารถที่จะช่วยเหลือทั้งสองประการได้

ผู้ป่วยมะเร็งต้องการความเข้าใจ ไม่ใช่ความสงสาร การพูดคุยการเยี่ยมเยือน การปฎิบัติด้วยการสัมผัส ด้วยความรัก และห่วงใย ย่อมบ่งบอกได้ดีกว่าคำพูดเพียงอย่างเดียว

ผู้ป่วยหลายรายอาจสับสน ต้องการข้อมูลที่ถูกต้องและต้องการกำลังใจในการสู้กับโรคมะเร็งร้าย แต่ข้อมูลเกี่ยวกับผลลัพธ์ของโรคมะเร็งควรสงวนไว้ให้แพทย์เป็นผู้บอก

ท่านอาจต้องเป็นผู้ที่คอยให้คำปรึกษา รวมถึงการเป็นตัวเชื่อมระหว่างผู้ป่วยและญาติ

ผู้ป่วยบางคนเมื่อทราบว่าตัวเองเป็นโรคมะเร็งแล้ว จะเกิดความกังวลในหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยที่อยู่ในวัยที่ต้องรับผิดชอบด้านครอบครัวด้วยแล้ว อาจมีความรู้สึกหลายอย่างเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน เช่น ความกังวล ความตึงเครียด ไม่ยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น บางครั้งบุคคลในครอบครัวไม่สามารถเข้าถึงผู้ป่วยได้ในระยะแรก ช่วงระยะเวลาดังกล่าวนี้ ท่านในฐานะที่เป็นเพื่อนหรือผู้ที่เป็นที่รักของผู้ป่วย สามารถเป็นผู้ที่อยู่เป็นเพื่อนหรือดูแลจิตใจในช่วงดังกล่าวได้เป็นอย่างดี ท่านสามารถช่วยให้บรรยากาศซึมเศร้าของผู้ป่วยและครอบครัวดีขึ้นได้

ผู้ป่วยบางคนพอได้ทราบว่าตัวเองเป็นโรคมะเร็งแล้ว จะมีอาการซึมเศร้า เสียใจ หมดหวัง อาการต่างๆ เช่น เบื่ออาหาร กังวล นอนไม่หลับ เฉื่อยชาก็จะตามมาด้วย ท่านสามารถมีส่วนร่วมให้กำลังใจและให้ผู้ป่วยมีความพร้อมที่จะต่อสู้กับโรคมะเร็งได้ ญาติของผู้ป่วยคนหนึ่งเล่าว่า แม่ของเขาไม่คุยกับใครเลย แต่พอเพื่อนคนนี้มาเยี่ยมจะพูดจาสนุกสนานจิตใจและร่างกายของผู้ป่วยดีขึ้น จิตใจของคนในครอบครัวเขาก็ดีขึ้น บางครั้งก็ต้องโทรไปหาเพื่อนคนนี้ให้มาหาแม่ของเขาบ่อยๆ กรณีเช่นนี้ แสดงให้เห็นว่าเพื่อนของผู้ป่วยมีส่วนร่วม สำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยผู้ป่วยที่เป็นเพื่อนของท่านและครอบครัวได้

พูดคุยกับผู้ป่วยอย่างไรดี

เป็นความจริงที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งที่ว่า คนที่ใกล้ชิดกับเรามากเท่าใดก็ยิ่งมีความลำบากใจในการพูดคุยมากเท่านั้น โดยเฉพาะเมื่อท่านทราบว่าเพื่อนของท่านเป็นโรคมะเร็งซึ่งเป็นโรคร้ายแรง

ท่านอาจแสดงความเป็นห่วงอย่างจริงใจ แต่ต้องไม่แสดงอาการเด่นชัดว่าเป็นห่วง เกินพอดี หรือแสดงอาการผิดปกติไปจากเดิมที่เคยแสดงมากเกินไป เช่น ปกติเคยพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน แต่เมื่อทราบว่าเป็นมะเร็งแล้วก็พูดคุยเคร่งเครียดผิดปกติไม่เหมือนเดิม อาจทำให้บรรยากาศแย่ลง ท่านอาจต้องใช้ความตั้งใจรับฟังผู้ป่วยมากขึ้น เพราะบางครั้งผู้ป่วยอาจพูดซ้ำไปวนมา หรืออารมณ์แปรปรวนบ้าง ท่านควรให้เวลารับฟังสิ่งที่ผู้ป่วยพูด เนื่องจากผู้ป่วยอาจจะอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบากในการดำเนินชีวิตทั้งร่างกายและจิตใจ

ผู้ป่วยโรคมะเร็งต้องการกำลังใจในการต่อสู้กับโรคมะเร็งอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผู้ป่วย ต้องประสบกับปัญหาต่างๆ เป็นระยะ เช่น ระยะที่ทราบว่าตัวเองเป็นโรคมะเร็งแล้วมีจิตใจหดหู่ ระยะที่ต้องรับการรักษาด้วยการผ่าตัด อาจต้องใช้เวลาอยู่ในโรงพยาบาลช่วงหนึ่ง ขณะที่รับยาเคมีบำบัดหรือการฉายรังสี อาจมีการเปลี่ยนแปลงของรูปลักษณ์ภายนอกบางอย่างที่ สังเกตเห็นได้ และเมื่อโรคมะเร็งลุกลามมากจนผู้ป่วยอยู่ระยะสุดท้ายของชีวิต ผู้ป่วยอาจมีความอ่อนเพลีย ความคิดสับสน แต่ละช่วงเวลาผู้ป่วยจะมีปฏิกิริยาตอบสนองแตกต่างกันไป

ผู้ป่วยมะเร็งต้องการความเข้าใจ ไม่ใช่ความสงสาร การพูดคุย การเยี่ยมเยือน การปฎิบัติด้วยการสัมผัส ด้วยความรักและห่วงใย ย่อมบ่งบอกได้ดีกว่าคำพูดเพียงอย่างเดียว

ข้อแนะนำในการปฎิบัติเมื่อเพื่อนหรือคนรู้จักเป็นโรคมะเร็ง

  • พูดคุยแต่สิ่งที่ดี ให้กำลังใจอย่างจริงใจต่อผู้ป่วย
  • ให้ข้อมูลที่ถูกต้องและเชื่อถือได้แก่ผู้ป่วย หรือแนะนำให้ผู้ป่วยถามคำถามนั้นจากแพทย์ผู้รักษา
  • ไม่แสดงท่าทีต่อการเปลี่ยนแปลงภายนอกของผู้ป่วยอย่างชัดเจนเกินควร
  • หลีกเลี่ยงการพูดถึงโรคของผู้ป่วยซ้ำๆ
  • ให้เวลาแก่ผู้ป่วย โดยรับฟังให้มาก พูดให้น้อย
  • ควรไปเยี่ยมเยือนอย่างสม่ำเสมอและเป็นระยะ การโทรศัพท์หรือเขียนจดหมายอาจช่วยเสริมในกรณีที่ท่านไม่สามารถไปพบผู้ป่วยได้ เพื่อไม่ให้ผู้ป่วยรู้สึกว่าถูกทอดทิ้ง
  • ท่านอาจช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัวผู้ป่วยได้ โดยการเยี่ยมเยือนหรือช่วยดูแลผู้ป่วย เพื่อให้ครอบครัวผู้ป่วยได้ปลีกตัวออกจากผู้ป่วยได้บ้าง
  • ช่วยให้ผู้ป่วยได้มีกิจกรรม ให้เขารู้สึกว่าเขาสามารถทำกิจกรรมและดำเนินชีวิตได้กิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมที่ทำร่วมกับครอบครัวหรือเพื่อนสนิท จะทำให้ผู้ป่วยมีกำลังใจและพลังในการดำเนินชีวิตต่อไป
  • โรคมะเร็งไม่ใช่โรคติดต่อ ผู้ป่วยไม่สามารถถ่ายทอดมะเร็งให้กับเพื่อนหรือผู้ใกล้ชิดได้ท่านสามารถที่จะใกล้ชิดผู้ป่วยโรคมะเร็งตามปกติ

ทำความเข้าใจ เรื่องพื้นฐานของมะเร็ง

วิธีพิชิตมะเร็ง

การรักษาโรคมะเร็ง ผู้ป่วยโดยมากมักมีความสับสนและขาดความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการ รักษาโรค บางครั้งผู้ป่วยอาจเจอกับคำถามทั้งต่อตนเองและคนรอบข้าง เช่น ทำไมเธอถึงผ่าตัดเต้านมอย่างเดียวไม่ได้ยาเคมีบำบัดหรือ ทำไมฉันถึงต้องให้ยาเคมีบำบัดก่อนที่จะผ่าตัด และหลังผ่าตัดยังต้องได้ยาเคมีบำบัดต่อ แล้วยังต้องได้รับการฉายรังสีรักษาด้วย เป็นต้น ดังนั้นการเข้าใจในหลักการรักษามะเร็งจึงมีความสำคัญมาก

หลังจากที่วินิจฉัยมะเร็ง (Diagnosis) แล้วต้องมีการตรวจเพิ่มเติม เพื่อทราบระยะของ การดำเนินโรค (Staging) เพื่อกำหนดเป้าหมายในการรักษาและวางแผนการรักษาต่อไป คนไข้ควรมีความเข้าใจในเป้าหมายของการรักษามะเร็ง เนื่องจากหากพบว่า ผู้ป่วยเป็นมะเร็งระยะแรก (Early Stage) หมายถึง มะเร็งอยู่เฉพาะที่ (Localized Disease) เป้าหมายการรักษาของมะเร็งระยะแรกเพื่อหายขาด แต่ในกรณีที่มะเร็งลุกลามมากไม่สามารถรักษาด้วยการผ่าตัด (Inoperable) ได้ หรือมีการแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นแล้ว (Advanced Stage) ส่วนใหญ่เป้าหมายของการรักษามะเร็งระยะลุกลาม จะเป็นการรักษา เพื่อควบคุม ยับยั้ง ลดจำนวนมะเร็ง ทำให้ผู้ป่วยสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างยืนยาวและมีคุณภาพชีวิตที่ดี

อย่างไรก็ดี ยังมีมะเร็งหลายชนิดที่รักษาหายขาดได้ ทั้งๆ ที่มะเร็งนั้นได้มีการแพร่กระจาย ไปยังอวัยวะต่างๆ แล้ว ซึ่งจะเห็นได้ว่าการวินิจฉัยมะเร็งที่ถูกต้องและการตรวจเพิ่มเติมอย่างเหมาะสม มีความสำคัญต่อผู้ป่วยเป็นอันมาก เพื่อให้การรักษาเป็นไปตามเป้าหมายจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยแพทย์หลายสาขา หรือสหสาขา (Multidisciplinary Approach) พิจารณาแนวทางการรักษาร่วมกัน ดังนั้นในการรักษาโรคมะเร็งจึงมีความแตกต่าง และความเหมาะสมในการรักษาแต่ละบุคคล อันเป็นประโยชน์สูงสุดต่อผู้ป่วย

ในกรณีที่มะเร็งลุกลามมาก ไม่สามารถรักษาด้วยการผ่าตัดได้ หรือมีการแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นแล้ว ส่วนใหญ่เป้าหมายของการรักษามะเร็งระยะลุกลาม จะเป็นการรักษาเพื่อควบคุม ยับยั้ง ลดจำนวนมะเร็ง ทำให้ผู้ป่วยสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างยืนยาวและมีคุณภาพชีวิตที่ดี

ทำความรู้จักกับโรคมะเร็งกันเถอะ http://www.thethaicancer.com/Webdocument/People_article/People_article_001.html เผยแพร่ 2552

ขอบคุณ

ผู้เขียน: ศ.นพ.อิศรางค์ นุชประยูร, กรรมการมูลนิธิเครือข่ายมะเร็ง

-+=