อาหารที่ดีต่อผู้มีทวารเทียม

โภชนาการและอาหารสำหรับผู้ป่วยเป็นมะเร็ง

อาหารที่ดีต่อผู้มีทวารเทียม

🧶 ผู้มีลำไส้สั้นควรทานอาหารแบบไหน ?

🍲 อะไรกินแล้วดี อะไรไม่ดีต่อร่างกาย

  • กินอะไรช่วยให้ถ่ายดี
  • อยากลดแก๊สหรือลม ทำอย่างไร
  • กากในละลายน้ำ กากใยไม่ละลายน้ำ คืออะไร
  • โปรไบโอติกส์ ช่วยให้ลำไส้มีสุขภาพดี
  • ผักผลไม้แนะนำ

💌 ข้อแนะนำอื่นๆ

  • ผ่อนคลายเข้าไว้ ดีต่อลำไส้ เพราะลำไส้เป็นอวัยวะที่มีการรับรู้เชื่อมโยงต่อกันกับสมอง และส่งผลต่อโปรไบโอติกส์ด้วย
  • ยีนส์ควบคุมเวลาในร่างกาย : ทานอาหารให้ถูกเวลา ออกกำลังกายเป็นประจำ นอนหลับดี ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง

ผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ที่ผ่านการผ่าตัด และมีลำไส้สั้นควรทานอาหารแบบไหน ?

ผู้ป่วยที่มีภาวะลำไส้สั้น (short bowel syndrome) หมายถึง ลำไส้เล็กสั้นลง เนื่องจากการรักษามีส่วนที่ต้องตัดโดนลำไส้เล็ก ซึ่งเป็นพื้นที่ของการย่อยและการดูดซึมอาหาร ไม่ได้หมายถึงลำไส้ใหญ่

ลำไส้เล็กสั้นลง

ส่งผลทำให้ดูดซึมสารอาหารได้ไม่ค่อยดี อาจเกิดปัญหาในการควบคุมการขับถ่ายอุจจาระ ท้องเสียง่าย โดยคนไข้จำนวนหนึ่งใช้การดื่มน้ำเกลือแร่ และทานน้ำหวานช่วย แต่ความจริงแล้ว ‘น้ำตาล’ เป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับผู้ที่มีภาวะลำไส้สั้น เพราะจะยิ่งทำให้น้ำไหลออกมามาก และถ่ายท้องมากขึ้น

ผู้ที่มีรอยต่อลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่

หากเป็นผู้ป่วยที่การรักษาตัดโดนช่วงรอยต่อระหว่างลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ จะทำให้อุจจาระเดินทางย้อนกลับได้ และอาจเกิดภาวะที่แบคทีเรียมีจำนวนมากเกิน (Bacterial Overgrowth) ทำให้ท้องอืด มีแก๊ส มีเสียงครืดคราดในท้อง อาหารที่ทานจึงมีรายละเอียดที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ

กรณีลำไส้สั้นมาก

ภาวะลำไส้สั้นที่เกิดจากการฉายแสง จากความยาวลำไส้ 21 ฟุต อาจเหลือเพียง 3-4 ฟุต ทำให้ถ่ายบ่อย อาจถึง 40-50 ครั้งต่อวัน จนต้องเปิดช่องสำหรับการขับถ่ายแบบถาวร

ลักษณะการเกิดแก๊สหรือลม

ลมที่เกิดขึ้นแบ่งเป็นแก๊ส 2 ชนิด ได้แก่ แก๊สมีเทน และแก๊สไฮโดรเจน

อาการที่เกิดจากแก๊สมีเทน

จะมีลม แต่ไม่ค่อยถ่ายท้อง ท้องผูก

อาการที่เกิดจากแก๊สไฮโดรเจน

จะเกิดภาวะลำไส้เคลื่อนตัวเร็ว และอุจจาระเหลว ถ่ายบ่อย

ในบางคนอาจเกิดแบบผสม มีอาการเปลี่ยนไปมา อาการเหล่านี้ คนไทยเริ่มเป็นกันเยอะ แม้จะไม่ได้เป็นผู้ป่วยที่ตัดลำไส้ แต่หากมีอาการท้องอืด ท้องป่อง ก็สามารถใช้อาหารในลักษณะนี้ควบคุมช่วยปรับสมดุลลำไส้ได้

ทานอะไรดี

ทานสิ่งเหล่านี้ลำไส้ชอบ ขับถ่ายง่าย ^_^

  • เผือก มัน กล้วย ขนมปังโฮลวีต
  • อาหารมีกากใย โดยเฉพาะเส้นใยที่ละลายน้ำได้ดี เช่น เม็ดแมงลัก ซีเลียมฮัสค์ (Psyllium Husk) แอปเปิ้ล
  • อาหารที่เสริมสร้างโปรไบโอติกส์ จุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้

ทานแล้วดี

  • อาหารที่มีกากใย แร่ธาตุสังกะสี ซึ่งมีอยู่ในเนื้อสัตว์ทั่วไป ช่วยให้อุจจาระเป็นก้อนขึ้น หยุดการถ่ายเหลว
  • อาหารที่เป็นเส้นใยที่ละลายน้ำได้ดี เช่น แอปเปิ้ล (แต่อาจทำให้ถ่ายผสมด้วย) เม็ดแมงลัก เป็นวุ้นที่เกาะลำไส้ จะไม่ทำให้ถ่ายเป็นมวลมากเกินไป (ก้อนไม่แน่นไป ทำให้ถ่ายง่าย)
  • อาหารที่เสริมสร้างโปรไบโอติกส์ จุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้ เป็นตัวหล่อเลี้ยง ซ่อมแซม สร้างสมดุลนิเวศน์ใหม่ให้ลำไส้
    • อาหารที่มีเส้นใยละลายน้ำ จะช่วยให้โปรไบโอติกส์ทำงานได้ดีอีกด้วย
  • ควรทานเผือก มัน กล้วย ขนมปังโฮลวีต
  • ผู้ป่วยที่มีทวารเทียมแบบปัสสาวะ ควรทานอาหารที่มีความเป็นกรดวิตามินสูง เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ เนื่องจากทำให้แบคทีเรียไม่ค่อยเจริญเติบโต

อันนี้ทานได้

  • เนื้อสัตว์ไม่แปรรูปทานได้ทุกชนิด สูตรนี้อาจต่างกับคำแนะนำอาหารชนิดอื่นเป็นพิเศษ ใช้กับผู้ที่เป็นลำไส้สั้น (IBS) และลำไส้แปรปรวน (SBS) คนที่มีปัญหาทั้งท้องอืดและถ่ายท้อง
  • ทานแคลเซียมได้ไม่จำกัด

กากใยละลายน้ำ กับกากใยไม่ละลายน้ำ เป็นอย่างไร มีอะไรบ้าง ? (มีคำตอบอยู่ข้างล่าง)

ไม่ควรทานอะไร

  • ควรงดของเผ็ด ของหวาน 
  • ผู้ป่วยที่มีภาวะลำไส้สั้น ห้ามทานไขมัน เพราะลำไส้มีพื้นที่ในการสัมผัสน้ำดีและไขมันน้อยลง ไขมันจะยิ่งกระตุ้นน้ำดีออกมา ทำให้ลำไส้ระคายเคือง และถ่ายท้องมากขึ้น
  • คนไข้ที่ตัดลำไส้เล็ก ต้องระวังผักที่มีออกซาเลต (oxalate) สูง เพราะจะไม่สามารถสกัดสารตัวนี้ได้ เช่น ผักโขม หน่อไม้ฝรั่ง

ถ่ายเยอะเกิน

  • ควรระวังอาหารประเภทกากใย (Fiber : ไฟเบอร์) ที่ไม่ละลายน้ำ เพราะจะกระตุ้นลำไส้ให้เคลื่อนตัวเร็ว ทำให้อุจจาระถ่ายเหลว ถ่ายบ่อย
  • ระวังน้ำตาลแอลกอฮอล์ (sugar alcohol) ที่เป็นสารให้ความหวาน เพราะจะทำให้เกิดแก๊สจากการหมักในทางเดินอาหาร กระตุ้นให้ถ่ายเยอะ

แก๊สเยอะ ทำให้อึดอัดท้อง และเปลี่ยนทวารเทียมบ่อย เพราะสิ่งเหล่านี้

  • หลีกเลี่ยงอาหารที่มีกลิ่นแรง และพวกแตง เมลอน เพราะทำให้เกิดแก๊สเยอะ
  • ผู้ที่ผ่าตัด มีทวารเทียม (Ostomy Bag) ไม่ว่าจะจากลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ หรือกระเพาะปัสสาวะ ต้องระวังเรื่องผักกลิ่นฉุน เพราะจะสร้างกลิ่นฉุนรบกวนมากๆ เช่น คื่นช่าย ผักชีลาว ผักชีไทย ผักชีฝรั่ง พาสเล่ย์ สตอ ทุเรียน กะหล่ำปลี ทำให้อุจจาระมีกลิ่น ถุงเหม็น เต็มเร็วเพราะมีแก๊สเยอะ ทำให้ต้องเปลี่ยนบ่อย แต่มีวิธีช่วยได้ คลิกเลย
  • ไม่ควรเคี้ยวหมากฝรั่ง เพราะทำให้มีแก๊สเยอะ

คำแนะนำเพิ่มเติม

ผ่อนคลายเข้าไว้

ระวังเรื่องความเครียด เพราะลำไส้เป็นอวัยวะที่มีการรับรู้เชื่อมโยงเกี่ยวเนื่องกับสมอง เมื่อมีความเครียดสองอวัยวะนี้จะส่งผ่านถึงกัน

เมื่อเครียด นอนดึก จะทำให้โปรไบโอติกส์เปลี่ยน และทำให้จุลินทรีย์ในลำไส้เจริญเติบโตผิดปกติ

  • คนที่เป็น short bowel syndrome รุนแรงมาก ต้องพิจารณาการให้อาหารทางหลอดเลือดดำ เพราะดูดซึมทางลำไส้ไม่ได้ อาจต้องให้อาหารทางหลอดเลือดดำเป็นครั้วคราว ไม่ต้องตกใจ
  • กรณีลำไส้ที่มีปัญหามากจนทำให้แบคทีเรียเจริญเติบโตมากเกิน จะทำให้เกิดเสียงครืดคราด มีลมในท้องมากขึ้น ต้องเปลี่ยนมาทานอาหารประเภท Low FODMAP Diet คืออาหารที่ไม่มีคาร์โบไฮเดรตชนิดหมักตัว
  • สิ่งต้องห้ามคือ สีแดง เช่น กระเทียม เห็ด หอมแดง หอมใหญ่ แตงโม มะม่วงสุก อโวคาโด ถั่วที่มีกากใยมาก

การทานอาหารสำหรับผู้ป่วยทวารเทียมลำไส้ใหญ่

ผลกระทบจากการฉายแสง

ควรเลี่ยงพฤติกรรมการทานอาหารที่ทำให้ท้องผูก โดยจะเหมือนหลักปกติทั่วไป คือควรทานผักผลไม้ ไม่ทานเนื้อสัตว์เยอะ ห้ามทานไขมัน เพราะจะลำไส้จะเคลื่อนตัวอุจจาระช้าลงกว่าเดิม ท้องผูก หรือมีไขมันออกมากับอุจจาระ และการเคี้ยวอาหารไม่ละเอียดก็ส่งผลเสียได้

ลูกพรุน ทานดีไหม ?

ลูกพรุน มีไฟเบอร์เยอะ เป็นพรีไบโอติกส์ที่ดี แต่ต้องพิจารณาแบ่งออกเป็น 2 กรณี คือ ในคนปกติทานแล้วจะขับถ่ายได้ดี เพราะดึงมวลน้ำ และช่วยให้โปรไบโอติกส์ทำงานได้ดี แต่ในคนไข้ที่มีภาวะจุลินทรีย์เติบโตผิดปกติ (dysbiosis) จะมีน้ำตาล 2 ตัวในลูกพรุนที่ส่งผลเสีย เนื่องจากจะเข้าไปแย่งน้ำตาล และทำให้เกิดก๊าซมีเทน ทำให้เกิดลม และขับถ่ายไม่ดี

อีกรณีหนึ่ง คือคนที่ทานลูกพรุน หรือฝรั่งที่มีไฟเบอร์สูง ไฟเบอร์จะอุ้มน้ำในระบบทางเดินอาหาร ไม่ยอมอิ่มตัวด้วยน้ำปกติ ต้องดื่มน้ำเยอะๆ เพื่อให้ในระบบทางเดินอาหารไม่ดูดซึมน้ำจนลำไส้เคลื่นตัวได้ช้าลงซึ่งจะทำให้อุจจาระแข็ง ถ่ายออกยาก

ช่วงเวลาในการทานอาหาร มีผลต่อการทำงานของระบบในร่างกาย

ร่างกายเรา มียีนส์ควบคุมเวลา

มีการค้นพบว่ายีนส์ที่ควบคุมเวลากลางวันกลางคืนในร่างกาย ควบคุมการทำงานของตับ ลำไส้ และอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย ในแต่ละช่วงเวลาลำไส้จึงทำงานคนละแบบ ฮอร์โมนก็ทำงานแตกต่างกัน ดังนั้นหากไม่นอนเป็นเวลา หรือทานผิดสัดส่วน ก็จะส่งผลทำให้ร่างกายเรารวนหมด

มีงานวิจัยบ่งชี้ว่า การทานอาหารที่มีไขมันและคาร์โบไฮเดรตสูงในช่วงดึก จะทำให้ได้รับคอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ในระดับสูงกว่าคนที่ทานในปริมาณเท่ากันในช่วงเวลากลางวัน เนื่องจากในช่วงประมาณหลัง 1 ทุ่มไปแล้ว เป็นเวลาที่ร่างกายทำการสังเคราะห์และเก็บคอเลสเตอรอลในร่างกาย คอเลสเตอรอลถูกนำไปใช้เป็นฮอร์โมนเพศ ฮอร์โมนเพศจะถูกรบกวน คอเลสเตอรอลจึงไม่มีทางไป และสะสมในร่างกายสูงขึ้นจากการทานอาหารผิดช่วงเวลา

การออกกำลังกายเป็นประจำ และการนอนหลับให้ดี เป็นรากฐานสำคัญของการดูแลสุขภาพที่ดี

กากใยละลายน้ำ กับกากใยไม่ละลายน้ำ เป็นอย่างไร มีอะไรบ้าง ?

กากใยที่ไม่ละลายน้ำ (Insoluble Fiber) คือ โดนน้ำแล้วไม่พองตัว

กากใยละลายน้ำ (Soluble Fiber) จะพองตัว และละลายได้ดีในน้ำ

กากใยที่ไม่ละลายน้ำ

ตัวอย่างอาหารที่เป็นกากใยไม่ละลายน้ำ มีมากในอาหารประเภทธัญพืช เช่น ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ข้าวโพด ข้าวสาลี รำข้าวสาลี รำข้าวเจ้า พืชตระกูลถั่ว แต่ความจริงแล้วถั่วก็มีผสมกันทั้ง 2 แบบแล้วแต่ชนิด เวลาทานถั่วลิสง แล้วเมื่อขับถ่ายออกมาจะพบว่ายังมีกากถั่วลิสงอยู่ เป็นข้อสังเกตหนึ่งของอาหารที่มีกากใยไม่ละลายน้ำที่จะยังมีการคงรูปเดิมหลังการขับถ่าย โดยจะช่วยทำให้อุจจาระเป็นมวล และเคลื่อนตัวผ่านลำไส้ออกมาได้

กากใยที่ละลายน้ำ

กากใยที่ละลายน้ำได้ไม่ส่งผลต่อการเคลื่อนตัวของลำไส้ที่มากไป แต่จะอุ้มน้ำเอาไว้ในตัวเอง ซึ่งช่วยในการฟอร์มตัวของมวลอุจจาระได้ (เป็นก้อน) ชะลอการดูดซึมน้ำตาลและไขมันในร่างกาย ตัวอย่างกากใยละลายน้ำ เช่น เม็ดแมงลัก วุ้นลูกสำรอง ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดีมาก ควรทานแบบไม่หวาน ในการแพทย์แผนจีนจัดเป็นฤทธิ์เย็น แก้ไอ ช่วยลดการติดเชื้อได้ดี

วุ้นลูกสำรอง ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดีมาก ควรทานแบบไม่หวาน ในการแพทย์แผนจีนจัดเป็นฤทธิ์เย็น แก้ไอ ช่วยลดการติดเชื้อได้ดี

ผัก ผลไม้

  • มันหวาน มีกากใยสูง มีคาร์โบไฮเดรตสูง แต่คนที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูงต้องระวัง คนที่ท้องอืดง่ายต้องระวัง
  • แครอท มีแป้งสูง เส้นใยไม่เยอะมาก ซีรัมแคโรทีนอยด์สูง ป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำของมะเร็งได้ค่อนข้างดี
  • กะหล่ำดาว มีฤทธิ์ในการต้านมะเร็งสูง ช่วยลดฮอร์โมนที่เกิน กำจัดสารพิษที่ตับ เป็นพืชที่มีกลิ่น ผู้ใส่ถุงทวารเทียมไม่ควรทานมาก
  • บล็อคโคลี ราชาแห่งการต้านมะเร็ง มีฤทธิ์ในการต้านมะเร็งสูง เป็นพืชที่มีกลิ่น ผู้ใส่ถุงทวารเทียมไม่ควรทานมาก
  • ในประเทศไทยใช้สารเคมีในการปลูกเยอะ จึงควรเลือกแบบปลอดสารพิษ หรือล้างสารพิษให้ดีก่อนรับประทาน ห้ามทานแบบคั้นน้ำเยอะ ๆ เพราะมีฤทธิ์ต้านกับตัวยา 5FU ยาเคมีบำบัดที่ใช้รักษามะเร็งลำไส้ คาเพซิตาบีน และ TH1 จะทำให้ลดประสิทธิภาพยา โดยในการทาน ต้องหั่นเป็นชิ้น หรือขยี้ก่อน จึงจะปล่อยสารต้านมะเร็งออกมา
  • ถั่วลิมา มีเส้นใยอาหารสูง ให้โปรตีน ทานได้ดี
  • ข้าวโอ๊ต มีทั้งกลุ่มที่มีเส้นใยละลายน้ำ และไม่ละลายน้ำสูง มีสารเบต้ากลูแคน1314 เป็นเส้นใยที่ชะลอการดูดซึมน้ำตาล เหมาะสำหรับผู้ที่มีน้ำตาลในเลือดสูง
  • ผักที่มีลักษณะเป็นปล้องๆ มักมีแก๊สเยอะ

รับชม Live ย้อนหลังฉบับเต็ม

🎥 รับชม Live ย้อนหลังฉบับเต็มได้ที่
Facebook: Thai Cancer Society

โดยคุณหมอผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน

👨‍⚕️ ดร.กมล ไชยสิทธิ์
สมาคมโภชนาการและสมุนไพรเชิงบูรณาการ

👨‍⚕️ คุณสมบัติ หทัยเปี่ยมสุข
ประธานชมรมมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก

💬 ดำเนินรายการโดย

ศิรินทิพย์ ขัติยะกาญจน์
ประธานมูลนิธิเครือข่ายมะเร็ง

📆 วันเสาร์ที่ 18 ธันวาคม 2564
⏰ 13.30 – 15.30น.

🔔📱 ลงทะเบียนฟรี !!

📍 ติดตามโครงการ Thai Cancer Academy ได้ที่เพจ Thai Cancer Society Thai Cancer Society : TCS

-+=