เทคนิคการใช้ชีวิตเมื่อมีถุงทวารเทียม

เนื้อหาบางส่วนจากการอบรมในโครงการ Thai Cancer Academy
ตอน กินอยู่อย่างไรเมื่อมีถุงทวารเทียม
โดย คุณสมบัติ หทัยเปี่ยมสุข ประธานชมรมมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก

สมบัติ หทัยเปี่ยมสุข อายุ 65 ปี

  • ประธานชมรมออสโตเมท รพ.ราชวิถี
  • ประธานเครือข่ายมะเร็งลำไส้และทวารหนัก (ภาคประชาชน)
  • กรรมการมูลนิธิเครือข่ายมะเร็ง
  • จิตอาสาทวารใหม่ รพ.รามา, รพ.จุฬา

เมื่อคุณสมบัติเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่

คุณสมบัติป่วยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนปลายระยะที่ 3 ได้รับการผ่าตัดช่วงต้นปี 2551 หลังจากผ่าตัดมาใหม่ๆ มีความรู้สึกห่วงภาพลักษณ์ อยากแต่งตัวแบบปกติเหมือนเดิม จึงปรึกษากับแพทย์ และเรียนรู้ด้วยตนเองจนสามารถปรับตัวปรับใจได้ดีขึ้นในปี 2553 และปัจจุบันได้ทำการเปิดทวารใหม่ลำไส้เล็ก

เมื่อต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตมาใช้ถุงทวารเทียม ก็มีความกังวลเกิดขึ้นมากมาย จึงอยากนำบางประเด็นมาเล่าแบ่งปันประสบการณ์ เพื่อให้เป็นประโยชน์กับผู้ที่ต้องอยู่ในสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกัน

การทานอาหาร

ผู้เปิดทวารเทียมใหม่ (ลำไส้ใหญ่และลำไส้เล็ก) หรืออีกระบบทางเดินปัสสาวะ ควรทานอาหารที่หลากหลาย ครบ 5 หมู่ ปรุงสุกสะอาด ซึ่งเป็นมาตรฐานการดูแลตัวเองของผู้ป่วยทั่วไป

แม้จะไม่สามารถทานอาหารได้เหมือนเคย แต่เมื่อนานวันไปก็จะสามารถปรับตัวได้มากขึ้น ในช่วงที่เพิ่งผ่าตัดใหม่ ตัวผมเองจะถ่ายเหลวตลอด เมื่อปรับตัวไปสักระยะจึงเริ่มสามารถถ่ายได้ตามปกติ

หลังจากนั้นประมาณ 3-4 เดือนหลังจากฉายแสงก็เกิดภาวะลำไส้รั่ว จึงต้องตัดลำไส้เล็กออกไป จาก 21 ฟุต เหลือเพียง 3 ฟุต และยกเป็นทวารเทียมลำไส้เล็ก หลังจากนั้นได้ขอแพทย์ผู้ดูแลทดลองต่อกลับลำไส้ให้เป็นระบบปกติ เพื่อดูว่าร่างกายจะสามารถปรับตัวได้หรือไม่ แต่ก็ทำให้เกิดภาวะถ่ายมาก ราว 40-50 ครั้งต่อวัน หลังจากอดทนอยู่ 4 เดือน ต้องใส่แพมเพิร์ส ใส่กางเกงแล้วตุง มีของเสียออกมาเรื่อยๆ จนก้นเปื่อย จึงตัดสินใจกลับมายกลำไส้เทียมแบบถาวรในปี 2552

หลังจากยกลำไส้แบบถาวร ก็กลับมาปรับเรื่องการทานอาหารได้ ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ให้ทานกล้วยห่ามๆ ทานเผือก มัน และขนมปังโฮลวีต จนกระทั่งปัจจุบันมีการถ่ายของเสีย 2-3 ครั้งต่อวัน จากที่ช่วงแรกถ่ายบ่อยมากและน้ำหนักลดลงเยอะมากเป็น 10 กิโลกรัม

จากที่ช่วงแรกถ่ายบ่อยมากและน้ำหนักลดลงเยอะมากเป็น 10 กิโลกรัม ปัจจุบันถ่ายของเสีย 2-3 ครั้งต่อวัน

ทานอาหารอย่างไร ให้ชีวิตมีคุณภาพดี

ทวารใหม่มีทั้งหมด 3 ชนิด ซึ่งมีลักษณะแตกต่างกัน

ทวารใหม่ ลำไส้ใหญ่

มีกลิ่น แก๊ส ท้องผูก ลำไส้อุดตัน แก้อย่างไร

  • เคี้ยวอาหารให้ละเอียด
  • ทานอาหารที่มีกากใยพอดีกับร่างกาย รักษาแบคทีเรียตัวดีในทางเดินอาหารให้ดี
  • ดื่มน้ำตามร่างกายต้องการ
  • ออกกำลังกาย
  • บางครั้งเมื่อผ่าตัดแล้วทำให้เกิดพังผืดไปรัดลำไส้ หรือทานอาหารที่มีกากใยแล้วเคี้ยวไม่ละเอียด ก็จะทำให้เกิดลำไส้อุดตัน
  • หากทานอาหารที่มีกากใยสูง ดื่มน้ำน้อย ไม่ได้ออกกำลังกาย ก็จะทำให้ท้องผูก และลำไส้อุดตันได้
  • การเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด ไม่ว่าจะเป็นคาร์โบไฮเดรต หรือผักผลไม้ ก็จะทำให้เกิดแก๊สได้ เมื่อลงสู่ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ แบคทีเรียย่อยสลายไม่หมด ก็จะเกิดการเกาะเป็นก้อน ทำให้ท้องผูก
  • เนื้อที่เคี้ยวไม่ละเอียด จะเป็นก้อนอยู่ในลำไส้ใหญ่ ถ้าถูกกรดน้ำดีจะทำให้ลำไส้เกิดแผล และเกิดเป็นมะเร็งลำไส้ได้

ทวารใหม่ ลำไส้เล็ก

มีกลิ่น แก๊ส ท้องเสีย ลำไส้อุดตัน แก้อย่างไร

  • ทานอาหารที่ทำให้เกิดแก๊สน้อย
  • เคี้ยวอาหารให้ละเอียด
  • เบาอาหารเผ็ดร้อน และเปรี้ยวลง
  • หากทานอาหารที่ทำให้เกิดแก๊ส จะทำให้ถุงทวารเทียมโป่งพอง ใช้ชีวิตไม่สะดวก ใส่เสื้อผ้าไม่สวย
  • ควรงดอาหารที่ทำให้เกิดแก๊สโดยเฉพาะในมื้อค่ำ เพราะเสี่ยงต่อการนอนแล้วทับถุงแตกได้
  • อาหารเผ็ดร้อน เปรี้ยว ทำให้ท้องเสียได้ง่าย
  • ถ้าเราทานอาหารกากใยเยอะ แล้วเคี้ยวไม่ละเอียด จะทำให้ลำไส้อุดตัน หรือเป็นพังผืดได้

ทวารใหม่ ทางเดินปัสสาวะ

มีกลิ่น เมือก แก้อย่างไร

  • ดื่มน้ำส้มน้ำมะนาว ซึ่งเป็นกรดจะช่วยชำระล้างเมือกที่อยู่ในทางเดินปัสสาวะได้ ช่วยให้สบายตัว
  • การดื่มน้ำส้มน้ำมะนาวซึ่งเป็นกรดจะช่วยชำระล้างเมือกที่อยู่ในลำไส้ทางเดินปัสสาวะได้
  • เมือก มีความเป็นด่าง และสามารถทำให้เกิดการอุดตันของทวารเทียมได้ อาจทำให้เป็นไข้ ปวดหลัง
    ทั้งนี้ ในส่วนของเรื่องกลิ่น หากผู้ป่วยไม่ได้รู้สึกกังวลใจในการใช้ชีวิตก็ไม่มีข้อห้ามในการทานอาหารที่ทำให้เกิดกลิ่น

อาหารสำหรับผู้ที่ใช้ทวารเทียม

สบายท้อง

อาหารที่ทำให้ท้องผูก

โดยมากเป็นอาหารที่มีกากใยสูง เช่น เนื้อมะพร้าว ข้าวโพด ถั่ว เห็ด ขึ้นฉ่าย แกนสับปะรด คะน้า กะหล่ำปลี ธัญพืช ไส้กรอก

อาหารที่ช่วยลดท้องผูก

มะละกอ ผักใบเขียว น้ำลูกพรุน และการดื่มน้ำสะอาดวันละ 10-12 แก้ว

อาหารที่ทำให้ท้องเสีย

คนที่เปิดทวารที่ลำไส้เล็กต้องระวังมากเป็นพิเศษ เพราะเดิมจะมีอาการถ่ายเหลวอยู่แล้ว อาหารในกลุ่มนี้ได้แก่ เบียร์ อาหารทอด อาหารมัน อาหารเผ็ด อาหารรสหวาน ถั่วเขียว บร็อกโคลี่ กะทิ

อาหารที่ทำให้ลำไส้อุดตัน

เป็นอาหารประเภทที่มีกากใยสูง เช่น ข้าวโพด เห็ด ถั่ว หน่อไม้ฝรั่ง คะน้า มะม่วงดิบ ธัญพืช


กลิ่น

อาหารที่ทำให้เกิดกลิ่น

ถั่ว สะตอ ชะอม ทุเรียน กระเทียม หอม เครื่องเทศ กะหล่ำปลี กระถิน บล็อกโคลี่ ผักที่เป็นปล้อง ไข่ กุ้ง ปลา

อาหารที่ช่วยลดกลิ่น

ผักชีฝรั่ง น้ำมะเขือเทศ น้ำส้ม โยเกิร์ต เป็นต้น


แก๊สน้อย

อาหารที่ทำให้เกิดแก๊ส

ควรงดรับประทานอาหารประเภทนี้ เนื่องจากส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การแต่งกาย การเกิดแป้นหลุดรั่ว ท้องอืด อาหารกลุ่มนี้ได้แก่ ถั่วทุกชนิด กะหล่ำทุกชนิด ข้าวโพด ถั่วงอก บล็อกโคลี่ ผักโขม

อาหารที่ช่วยลดแก๊ส

โยเกิร์ต แครนเบอรี่

พฤติกรรมที่ทำให้เกิดแก๊ส

การดูดน้ำจากหลอด การพูดคุย (ทำให้เกิดลมเข้าท้อง) การดื่มน้ำอัดลม เบียร์ โซดา การเคี้ยวไม่ละเอียด

ถึงแม้จะดูมีอาหารที่กินไม่ควรกินเยอะมาก แต่หากมีใจที่เปิดกว้าง ลองมองไปรอบๆ จะค่อยๆ รู้จักผักผลไม้และอาหารที่ทานได้อีกเยอะเลย

🌿 อยากแนะนำให้ลองทำความรู้จักผักพื้นบ้านนานาชนิด เช่น ชะคราม ชะมวง ผักปลัง ผักเสี้ยว ผักแขยง ยอดมันปู ฯลฯ อีกมากมาย อร่อย และมีประโยชน์หลากหลาย

ดูสารอาหารตามข้อควรระวังที่คุณหมอแนะนำด้วย
พวกเราเป็นกำลังใจให้นะ
❤️

แนวทางการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน

ทานแบบนี้ ดีกับทุกคน

  • ทานอาหารโดยเคี้ยวให้ละเอียด ช้า จะช่วยลดการเกิดแก๊สได้ดี
  • ไม่ควรลดมื้ออาหารลง เพราะกรดน้ำย่อยจะออกมาเป็นเวลา หากไม่ทานอาหารจะทำให้เกิดแก๊สมากขึ้น
  • หลีกเลี่ยงการพูดคุยระหว่างรับประทานอาหาร
  • หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำระหว่างทานอาหาร เพราะจะทำให้กลืนลมเข้าไปมาก เกิดแก๊ส และทำให้อาหารย่อยน้อยลงด้วย
  • ลดการใช้หลอดดูด เพราะทำให้เกิดแก๊สมาก
  • หลีกเลี่ยงน้ำอัดลม เบียร์

เทคนิคเพิ่มเติม

  • หากอยากทดลองทานอะไร แนะนำให้ลองอาหารทีละ 1 ชนิด แล้วสังเกตว่ามีผลต่อการขับถ่ายอย่างไร
  • ผู้ที่มีทวารลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย หากทานอาหารเป็นเวลา จะสามารถสังเกตได้ว่าเมื่อทานอาหารเข้าไปแล้ว จะขับถ่ายออกมาเมื่อไหร่

ลำไส้อุดตัน

ผู้ที่มีทวารใหม่ลำไส้เล็ก ควรแบ่งมื้ออาหารออกเป็น 4-6 มื้อ ทานทีละน้อย ทานแต่พออิ่ม จะช่วยลดการเกิดลำไส้อุดตัน

หลังผ่าตัด

ช่วงแรกหลังการผ่าตัด ควรทานอาหารอ่อนๆ เมื่อท้องเริ่มไม่อืด ไม่แน่นท้อง จึงค่อยปรับเป็นอาหารปกติ (อาจประมาณ 6-8 สัปดาห์)

เทคนิคการใช้ชีวิตของผู้มีทวารเทียม

เมื่อผู้ป่วยได้รับการผ่ายกเปิดทวารเทียมเรียบร้อยแล้ว ก็จะต้องคอยดูแลรักษาให้อยู่ในสภาวะที่ดีอยู่เสมอ เพื่อให้สามารถใช้งานได้และอยู่กับร่างกายได้อย่างปกติสุข ซึ่งผู้ป่วยควรดูแลทวารเทียมให้ถูกต้องตามวิธีการดังต่อไปนี้

การอาบน้ำในผู้ที่ผ่าตัดมีทวารใหม่

  • อาบน้ำได้ตามปกติ ทั้งใส่ถุงและถอดถุงอาบ
  • ควรอาบเมื่อแผลแห้งแล้ว
  • ควรให้น้ำเข้ามาทางด้านหลัง
  • หลังอาบเสร็จ ควรซับน้ำรอบๆ แป้นให้แห้ง

การยกของ

ท่ายกของ สำหรับผู้มีทวารใหม่

ท่ายกของหนักต่ำ สำหรับผู้มีทวารใหม่

แบบนี้ทำแล้วดี

ขณะยกสิ่งของจากพื้น ค่อยๆ ย่อเข่า อย่าก้มตัว พยายามรักษาแนวกระดูกสันหลังให้ตรงอยู่เสมอ ใช้กำลังข้อเข่ายืนขึ้น โดยให้สิ่งของอยู่ชิดกับลำตัวมากที่สุด เพื่อให้ใช้แรงน้อยลง

แบบนี้ทำแล้วไม่ดี

  • ไม่ควรก้มตัวลงหยิบของขณะเข่าเหยียดตรง
  • หลีกเลี่ยงการหยิบยกสิ่งของที่อยู่สูงเหนือศีรษะมากๆ
  • ไม่บิดหรือเบี้ยวตัวขณะยกของหนัก เพราะลักษณะเหล่านี้อาจะทำให้เกิดอันตรายที่หลังได้

การออกกำลังกาย

ในระยะแรก เมื่อรู้สึกพร้อมในช่วงประมาณ 6-8 สัปดาห์หลังผ่าตัด สามารถเริ่มค่อยๆ ออกกำลังกายแบบพอประมาณ และหลังจากนั้นประมาณ 2-3 เดือน สามารถออกกำลังกายได้ตามปกติ ไม่ว่าจะเป็นวิ่ง ปั่นจักรยาน หรือว่ายน้ำ

ว่ายน้ำ : การเตรียมความพร้อมก่อนลงเล่นน้ำสระ/น้ำทะเล

การว่ายน้ำ จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ช่วย เช่น เทปติด เข็มขัด ผ้าคาดรัดที่คลุมตัวถุงทวารเทียม

ทำแบบนี้ แป้นติดแน่น

  • ควรเปลี่ยนอุปกรณ์ถุงทวารชุดใหม่อย่างน้อย 1-2 ชั่วโมงก่อนลงเล่นน้ำ
  • เทของเสียออกก่อนลงเล่นน้ำ พับถุงให้เล็กลง
  • ติดแผ่นพลาสเตอร์กันน้ำรอบแป้น 4 ด้าน
  • ใส่เข็มขัด สำหรับเกี่ยวที่แป้นหรือที่ถุง (ชนิด 2 ชิ้น) เพื่อป้องกันการหลุดรั่ว

เทคนิคเพิ่มเติม

  • งดอาหารรสจัด และอาหารที่ทำให้ท้องเสียและเกิดแก๊สได้ เช่น น้ำอัดลม เบียร์
  • ไม่ควรลงเล่นนานเกิน 30 นาที

หลังขึ้นจากน้ำ

  • หลังขึ้นจากน้ำควรซับรอบๆ ขอบแป้นให้แห้ง
  • สำรวจแป้นถุงให้ดีก่อนเดินทางกลับ ถ้าระยะทางกลับไกลมากควรเปลี่ยนชุดใหม่

เลือกชุดว่ายน้ำแบบไหนดี

  • สวมใส่ชุดว่ายน้ำสีเข้ม เช่น สีดำ สีน้ำเงิน เป็นต้น
  • หญิงใส่แบบ One-Piece
  • ชายใส่กางเกงทรงสูง เช่น กางเกงปั่นจักรยานที่กระชับ หรือนำเสื้อเกาะอกมาประยุกต์ใช้เสริม

นวัตกรรม อุปกรณ์เสริมถุงทวารเทียม โดยคุณสมบัติ

โล่

นวัตกรรม Sombat ปี 2552-2560

นวัตกรรมที่ช่วยให้สามารถทำกิจกรรมการงานได้แทบทุกอย่าง อีกทั้งยังช่วยป้องกันการบาดเจ็บที่ตัวทวารได้

นวัตกรรมถุงอุปกรณ์เสริมทวารเทียม โดยคุณสมบัติ

จากเริ่มแรกประสบปัญหาเวลาคาดเข็มขัดแล้วโดนทวารเทียม จึงสร้างนวัตกรรมตัวแรกขึ้นจากตะหลิว และพัฒนาตัวที่ 2 ตามในภาพด้านบนเป็นการใช้กระบวย นำมาตัดให้มีลักษณะเป็นวงโค้งครึ่งหนึ่ง ใส่เชือกเกี่ยว และนำมาทาบที่หน้าท้องบริเวณทวารเทียม โดยสามารถดัดเข้ากับร่างกายได้ทุกขนาด เนื่องจากเป็นอลูมิเนียม เป็นนวัตกรรมที่ช่วยให้สามารถทำกิจกรรมการงานได้แทบทุกอย่าง อีกทั้งยังช่วยป้องกันการบาดเจ็บที่ตัวทวารได้

เข็มขัดพยุงหน้าท้องและถุงทวารเทียม

นวัตกรรม Sombat ปี 2552 : Sombat support Belt
เข็มขัดพยุงหน้าท้องและถุงทวารเทียม (Sombat support Belt)

เป็นการต่อยอดจากผ้าซัพพอร์ตแบบเดิม โดยมีถุงรองรับน้ำหนักของเสีย และตัวช่วยสำหรับคนที่มีก้อนลำไส้ยาวใต้ทวารเทียมและผนังลำไส้อ่อนแอ ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำเย็นพันเอาไว้ให้เกิดการหดตัวจนยุบกดเข้าไปได้ แล้วจึงนำผ้าซัพพอร์ตมาทับไว้ และหากมีแรงดันเยอะก็ใช้ซิลิโคนเต้านมเทียมช่วย

ถุงอาบน้ำป้องกันแป้นถุงเปียกชื้นเสื่อมสภาพ

นวัตกรรม ปี 2552
ถุงอาบน้ำป้องกันแป้นถุงทวารเทียมเปียกชื้นเสื่อมสภาพ
  • อาบน้ำได้ตามปกติ ทั้งใส่ถุงและถอดถุงอาบ
  • ควรอาบเมื่อแผลแห้งแล้ว
  • ควรให้น้ำเข้ามาทางด้านหลัง
  • หลังอาบเสร็จ ควรซับน้ำรอบๆ แป้นให้แห้ง
-+=