การตรวจพบโรค

เริ่มวินิจฉัย

หากอาการหรือความผิดปกตินั้นยังคงอยู่เป็นเวลาสองสามสัปดาห์หรือมากกว่านั้น ขอให้แจ้งให้แพทย์ทราบ โดยอาการเหล่านั้นรวมไปถึง: ก้อนเนื้อที่เกิดขึ้นในร่างกายของคุณ การไอหรือมีเสียงแหบเป็นเวลามากกว่าสามสัปดาห์ การเปลี่ยนแปลงในทางเดินอาหารที่ผิดปกติเป็นเวลามากกว่าสามสัปดาห์ มีเลือดออกผิดปกติจากช่องคลอดหรือไหลย้อนเข้าไป มีเลือดออกมากับปัสสาวะหรือเมื่อมีอาการป่วย (อาเจียน) ในการนัดพบแพทย์อายุรกรรมทั่วไปนั้น แพทย์จะถามถึงอาการต่างๆ และอาจจะตรวจร่างกายคุณเพิ่มเติม พวกเขานั้นยังไม่ทราบหรอกว่าคุณจะเป็นมะเร็งไหมในขั้นตอนนี้ แต่ว่าคุณนั้นก็จะได้รับการตรวจเพิ่มเติมต่อไป มีแนวปฏิบัติในการช่วยแพทย์อายุรกรรมทั่วไปให้ทราบว่าเมื่อไหร่นั้นจึงสมควรจะส่งต่อผู้ป่วยให้แพทย์เฉพาะทางหากอาการนั้นอาจมีที่มาจากมะเร็ง

รู้จักร่างกายของคุณ

หากคุณทราบถึงว่าร่างกายคุณปกตินั้นเป็นอย่างไร มันจะช่วยให้คุณตระหนักว่ามีความเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างไหม ผู้คนมักคิดว่าการเปลี่ยนแปลงในร่างกายนั้นไม่จำเป็นต้องไปพบแพทย์หรอก หรือว่าจะรู้สึกอายที่จะพูดคุยเกี่ยวกับมัน แต่ถ้าหากคุณนั้นสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในการทำงานของร่างกายของคุณหรือรู้สึกได้ว่ามีอะไรในร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไป ก็ควรไปรับการตรวจโดยแพทย์เพื่อจะได้ปลอดัยไว้ก่อน คุณควรไปพบแพทย์หากมีอาการ: มีก้อนเนื้อเกิดขึ้นในร่างกาย มีแผลหรือแผลหลุมที่ไม่หายในระยะเวลาสามสัปดาห์ มีไฝเกิดขึ้นที่เปลี่ยนรูปร่าง, ขนาดหรือสี, มีสะเก็ดหลุดลอกหรือมีเลือดออก ไอหรือเสียงแหบเป็นเวลามากกว่าสามสัปดาห์ หายใจได้ตื้นขึ้น ไม่อยากอาหาร, อาหารไม่ย่อยเป็นเวลานานๆ หรือกลืนอาหารได้ยาก มีการเปลี่ยนแปลงของทางเดินอาหารเป็นเวลามากกว่าสามสัปดาห์ มีเลือดในปัสสาวะ, อุจจาระ, น้ำเชื้อ, เสมหะหรืออาเจียน หรือมีเลือดออกผิดปกติออกจากช่องคลอด มีการปวดปัสสาวะบ่อยขึ้นหรือเฉียบพลันกว่าเดิม หรือมีความเจ็บปวดตอนปัสสาวะ น้ำหนักตัวลดลงหรือเหนื่อยง่ายโดยไม่ทราบสาเหตุ มีอาการเจ็บหรือปวดที่ไม่หายไปมากกว่าสามสัปดาห์ที่หาสาเหตุไม่ได้ โดยทั่วไปแล้วอาการเหล่านี้นั้นไม่ได้มีที่มาจากมะเร็งแต่ว่าการที่พบมะเร็งได้ตั้งแต่เนิ่นๆ นั้นจะส่งผลมากต่อความสำเร็จในการรักษา มีข้อมูลมากกว่านี้ว่าเมื่อไหร่คุณจึงควรจะไปแจ้งอาการความผิดปกติเหล่านี้กับแพทย์

หากคุณนั้นเป็นคนชรา

เมื่อคุณนั้นแก่ตัวลง คุณก็ยิ่งมีโอกาสที่จะมีปัญหาสุขภาพได้ง่ายขึ้น โดยอาจจะคาดเดาได้ว่าปัญหาสุขภาพใหม่ๆ ที่พบนั้นเป็นส่วนหนึ่งของความชราหรือสภาวะที่เป็นอยู่ก่อนแล้ว แต่หากคุณมีอาการใหม่ๆ หรือไม่หายซักทีนั้น ก็มีโอกาสที่จะเป็นสัญญาณของมะเร็งได้ดังนั้นนี่จึงเป็นเรื่องสำคัญที่คุณจะต้องแจ้งให้แพทย์หรือบุคลาการทางการแพทย์อื่นๆ ทราบ

การไปพบแพทย์

ก่อนไปพบแพทย์อายุรกรรมทั่วไปนั้นควรวางแผนว่าคุณจะบอกอะไรกับแพทย์และมีคำถามใดที่คุณจะถาม เมื่อคุณไปพบแพทย์นั้น คุณจะถูกให้อธิบายถึงอาการของคุณ การอธิบายของคุณนี้จะช่วยให้แพทย์นั้นตัดสินใจได้ว่าคุณอาจจะมีความผิดปกติตรงไหนบ้าง แพทย์นั้นอาจจะต้องการตรวจร่างกายของคุณเพิ่มเติม และในบางอาการนั้น แพทย์ก็จะต้องตรวจร่างกายถึงอวัยวะภายในของคุณ โดยแพทย์จะอธิบายว่าพวกเขาจะตรวจคุณอย่างไรและจะตอบคำถามที่คุณมีได้ และก็ขึ้นกับว่าอาการของคุณนั้นเป็นอย่างไร โดยแพทย์นั้นอาจนัดให้คุณมาตรวจเป็นประจำก็ได้ ผลของการตรวจนี้จะช่วยให้แพทย์นั้นพบว่าปัญหานั้นน่าจะเป็นอะไรและตัดสินใจว่าควรส่งคุณไปพบแพทย์เฉพาะทางด้านใด บางครั้งอาการของมะเร็งนั้นก็เหมือนกันกับปัญหาทางสุขภาพอื่นๆ ที่พบได้เป็นปกติซึ่งรักษาได้ง่ายกว่ามาก นั่นหมายความว่าก็เป็นการยากสำหรับแพทย์อายุรกรรมทั่วไปที่จะรู้ว่าอาการของคุณนั้นเป็นสัญญาณของมะเร็งหรือปัญหาอื่นๆ ที่ร้ายแรงน้อยกว่าได้ ในการที่จะช่วยแพทย์นั้นในการตรวจรักษานั้น จะมีแนวปฏิบัติของสถาบันความเป็นเลิศด้านสุขภาพและการดูแลแห่งชาติ ที่จะช่วยให้ตัดสินใจส่งตรวจเฉพาะทางได้ โดยจะมีรายการของปัจจัยเสีย่งและสัญญาณและอาการที่อาจจะเป็นมะเร็งได้ แนวปฏิบัตินี้จะช่วยให้แพทย์อายุรกรรมนั้นตัดสินใจว่าควรส่งคุณไปตรวจอะไรต่อและควรจะไปพบกับแพทย์เฉพาะทางเร็วขนาดไหน อาทิ เมื่อไหร่ที่คุณควรถูกส่งตัวไปแผนกเฉพาะทางในเวลาทันทีเป็นหลักชั่วโมง หรืออาจเรียกว่าส่งตัวทันที, ภายในสองสัปดาห์ เรียกว่าส่งตัวด่วน, หรือยาวนานกว่านั้น เรียกว่าเป็นการส่งตัวที่ไม่ด่วน แพทย์ของคุณจะให้ข้อมูลที่ให้คุณทราบว่าตอนนี้นั้นเกิดอะไรขึ้นอยู่ และหากคุณต้องการความช่วยเหลือนั้นพวกเขาก็ยังสามารถช่วยเหลือคุณได้